skip to Main Content

เรื่องเล่าจากบริสเบน ตอนที่ 1

เรื่องเล่าจากบริสเบน ตอนที่ 1

ในช่วงภาคฤดูร้อนผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าศึกษาในหลักสูตร English for Academic and Research Communication ของสถาบัน ICET-UQ ณ The University of Queensland (UQ) ที่เมืองบริสเบน (Brisbane) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพนักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยได้รับความรู้ประสบการณ์มากมายจากการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์

ผู้เขียนเห็นว่าสาระบางส่วนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อต่างประเทศ จึงขอนำประสบการณ์มุมมองความคิดมาฝากผู้อ่านเว็บไซต์แห่งนี้

The University of Queensland (UQ) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียที่ติดอันดับ 1 ใน 8 (Group of Eight) เป็นรัฐแห่งแสงแดด เมืองบริสเบนมีแดดถึงปีละ 243 วัน สภาพอากาศอบอุ่น การเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัย สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถบัสประจำทาง และทางเรือโดยนั่งเรือเฟอร์รีย์ City Cat ซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งเมืองบริสเบนบนแม่น้ำ Brisbane River ที่มีความสวยงาม และแม่น้ำยังคงความใสสะอาด

The University of Queensland

เมืองบริสเบน มีชาวเอเชียเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นนักศึกษา มาทำงาน ประกอบธุรกิจ และมาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นักศึกษาส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย

ส่วนคนไทย มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับที่เมืองซิดนีย์ หรือเมลเบิร์น จึงนับว่ามีความเหมาะสมที่จะเข้ามาศึกษาและพัฒนาภาษาอังกฤษ

 

สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าศึกษาต่อต่างประเทศ

เรียนต่อต่างประเทศ

จากการสอบถามกับนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติพบว่า การติดต่อผ่านมหาวิทยาลัยจะดีกว่าติดต่อผ่านตัวแทน ซึ่งบริษัทหรือศูนย์ตัวแทนนายหน้าจะคิดราคาแพง มักอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการติดต่อ รวมทั้งมีการบวกราคาเพิ่มจากที่ได้ติดต่อกับทางมหาวิทยาลัย และ Homestay

หากคิดที่จะศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นซัมเมอร์แคมป์ อบรมหลักสูตรระยะสั้น ฯลฯ ควรติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งปัจจุบันการติดต่อสื่อสารมีความก้าวหน้ามากสามารถติดต่อสื่อสารทำได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางอินเทอร์เน็ต เวบไซต์ของมหาวิทยาลัย หรือทางโทรศัพท์

ส่วนผู้เขียนนับว่าโชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้ทำการติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์โดยตรง จึงทำให้ได้รับความสะดวกและได้ที่พัก Homestay กับชาวออสเตรเลียที่ดี ชื่อ Darrell and Joan Hibberd ซึ่งสามีทำงานโรงพยาบาลเอกชน ส่วนภรรยาเกษียณอายุจากงานการตรวจคนเข้าเมืองก็มาทำ Homestay ให้ชาวต่างชาติ

จากการพูดคุยพบว่า ทางมหาวิทยาลัยจะมีการสอบคัดเลือกผู้ที่จะทำธุรกิจ Homestay และสองสามีภรรยานี้ ก็มีแนวความคิดว่า ตนเองเปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศ และให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ที่เข้ามาพักอาศัยที่เป็นนักศึกษาต่างชาติ โดยการทำธุรกิจนี้อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมทางธุรกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับแนวคิดการทำ Homestay ของไทยเรา ผู้เขียนเห็นว่าคงต้องปรับปรุงอีกมาก

สำหรับผู้ที่คิดจะพักกับ Homestay ควรมีการเตรียมของที่ระลึกที่เป็นสัญลักษณ์แบบไทย ไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงมากนัก แต่ต้องดูดีเหมาะสมกับฐานะนักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาต่อ ซึ่งนับว่าเป็นมารยาทที่จะสร้างสัมพันธภาพในระยะยาว หากมีการกลับไปเที่ยวพักอีกครั้ง

ใช้ชีวิตกับ homestay

สำหรับชีวิตความเป็นอยู่ใน Homestay จะมีการจัดอาหารไว้ให้ 2 มื้อ คือ มื้อเช้ากับมื้อเย็น ซึ่งการเดินทางมาศึกษาต่อของผู้เขียนก็มีวิธีอยู่อย่างประหยัด ดังนี้

  1. นำขวดน้ำเปล่าจากกรุงเทพฯ ติดตัวไปเพื่อเติมน้ำประปาดื่มระหว่างเดินทาง เมื่อกลับมามองดูน้ำประปาบ้านเรา
  2. นำกล่องพลาสติก ไว้สำหรับแพ็คขนมปังทาแยม และใส่อาหารมื้อเย็นที่ Homestay ทำไว้เหลือ สามารถนำไปรับประทานเป็นอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัยได้ โดยทางมหาวิทยาลัยจัดให้มีไมโครเวฟไว้อุ่นอาหารจำนวน 4-5 เครื่อง ก็สามารถรับประทานอาหารร้อน ๆ ได้ และบางสัปดาห์จะมีนักศึกษาจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยก็จะมีการเลี้ยงอาหารกลางวันบาร์บิคิวและน้ำอัดลม ซึ่งสามารถใช้โอกาสนี้เข้าไปร่วมกิจกรรมจะได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี
  3. พกเครื่องคิดเลขขนาดเล็กติดตัวคิดก่อนทุกครั้งที่จะซื้อ เนื่องจากความแตกต่างของค่าเงิน เมื่ออยู่ไปนาน ๆ จะเริ่มเคยชินกับการใช้ดอลลาร์ดังนั้น การใช้จ่ายจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง พึงระลึกไว้ว่า ประสบการณ์ที่ได้รับมาไม่จำเป็นต้องได้จากการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ซึ่งคนไทยหลายคนที่พบเห็นเวลาไปเรียนมักใช้จ่ายเงินเสมือนอยู่ในประเทศไทย
  4. ซื้อคูปองแบบสัปดาห์หรือตั๋วเดือน เพื่อความประหยัดสะดวกในการเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะวันหยุดก็สามารถใช้คูปองนี้นั่งรถบัส เรือเฟอร์รีย์ และรถไฟ ท่องเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ หรือสวนสาธารณะ ซึ่งระบบขนส่งมวลชนในออสเตรเลียจะมีการเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง เรือโดยสาร รถไฟฟ้า หรือรถราง โดยดูจากตารางเวลาที่รถวิ่งว่าจะเป็นช่วงเวลาใด และก็ตรงเวลามาก ผิดเวลาอย่างมากก็ 1-2 นาทีเท่านั้น คำถามเกิดขึ้นในใจว่า เมื่อไรระบบขนส่งมวลชนไทยจะดีขึ้นซะที หรือสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุก ๆ ระบบขนส่งมวลชน มาศึกษาดูงานต่างประเทศก็แค่มาดู คิดเป็นอย่างเดียวคือขึ้นราคา แต่ขาดการปรับปรุงที่เป็นระบบสากล
  5. การเลือกซื้อของที่ระลึกและชอปปิง ต้องเลือกดูให้ดี แทบทุกเมืองในประเทศออสเตรเลีย นับตั้งแต่ของที่ระลึกไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมดัง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าไนกี้ รีบอค กระเป๋าเสื้อผ้าบิลลาบอง กางเกงยีนส์ลีวายส์ ฯลฯ ล้วนทำมาจาก 3 ประเทศหลัก ๆ คือ จีน เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งประเทศเหล่านี้ต้นทุนในการผลิตถูกมาก สินค้าเหล่านี้เมื่อคิดเป็นเงินไทยจะมีราคาถูกกว่าในประเทศไทยมาก ความคงทนไม่รับประกัน หากเป็นคนที่ติดแบรนด์เนมก็สามารถซื้อได้ แต่ตอนเดินทางกลับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัม ข้อที่น่าคิดก็คือว่า หากสินค้าแบรนด์เนมใดติดตลาดอยู่ในใจของผู้บริโภคแล้ว ผู้บริโภคจะไม่สนใจว่าแหล่งผลิตจะมาจากที่ไหน ขอให้มีตราแบรนด์เนมยี่ห้ออยู่บนตัวสินค้านั้นก็พอแล้ว นี่คือ อิทธิพลของตรายี่ห้อที่นักการตลาดต้องเข้าใส่ใจในการสร้างตรายี่ห้อ (Brand Name) ให้ฮิตติดตลาด แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างมิใช่สร้างเพียงแค่ 1-2 ปี รวมทั้งต้องหมั่นสร้างอย่างต่อเนื่อง เมื่อสร้างตรายี่ห้อให้เป็นที่รู้จักติดตลาดได้แล้ว ตรายี่ห้อนั้นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีคุณค่ากับตัวเอง (Brand Equity)
  6. การซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต นักศึกษาต่างชาติและชาวออสเตรเลีย จะนิยมซื้อจากห้าง Wool Worths ซึ่งเป็นห้างที่ขายสินค้าที่มีความสด สะอาด ราคาถูก และมีสินค้าประเภท Home Brand ที่ทางห้างจ้างบริษัท/โรงงานผลิตส่งให้กับทางห้าง ก็เหมือนกับบ้านเราที่ Big C LOTUS ฯลฯ ทำอยู่

เพียงแต่ว่าหมวดของสินค้ายังน้อยอยู่ แต่สำหรับห้าง Wool Worths นั้น มีสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกอย่างตั้งแต่สำลีไปจนถึงพิซซ่า รวมทั้งมีการจัดวางไว้คู่กับสินค้าที่มีตรายี่ห้อให้เห็นเด่นชัดว่าราคาถูกว่าอีกด้วย และใบเสร็จด้านหลังจะมีภาพสินค้าที่ลดราคาตั้งแต่ 20% ขึ้นไป สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลด หากจะซื้อสินค้าที่ปรากฏด้านหลังใบเสร็จได้

สำหรับเรื่องเล่าในตอนแรกนี้ ผู้เขียนขอจบเท่านี้ก่อนครับ ส่วนฉบับหน้าจะเล่าถึงระบบ บรรยากาศ ของการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์

เขียนโดย สิทธิชัย ฝรั่งทอง วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top
×Close search
Search